คำนำ

คู่มือการซ่อมเครื่องเล่มนี้ รวบรวมรายการทั่วไป และวิธีการเกี่ยวกับการซ่อมแซม ยกเครื่องและแก้เครื่องฮอนด้า 125 และฮอนด้า 150 แบบ C92, CS92, CB92, C95, CA95 ดังนั้นข้อความในหนังสือคู่มือเล่มนี้ก็จะมีประโยชน์ในการแนะนำพนักงานงานบริการ และช่างเครื่องฮอนด้า ให้ทำการบริการและซ่อมเครื่องดังกล่าวแล้วได้ดีขึ้น หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 9 บท กล่าวรวมถึง เครื่องยนต์, โครงรถ, เครื่องไฟฟ้าและการซ่อมแซม ทั้งยังมีช่องว่างสำหรับจดรายการกันลือ จัดไว้ให้ที่ตอนท้ายของทุกเรื่อง เพื่อจะได้ใช้จดรายการสำคัญเกี่ยวด้วยเรื่องบริการ เราหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์แก่ท่านบ้างเป็นแน่ เครื่องมือพิเศษ ซึ่งกล่าวไว้ในหนังสือคู่มือนี้ แสดงไว้ที่รายการเครื่องอะไหล่ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการสั่งเครื่องนั้น ๆ รายการนั้นพิมพ์ไว้ท้ายหนังสือเล่มนี้ด้วยแล้ว
รายการนั้นพิมพ์ไว้ท้ายหนังสือเล่มนี้ด้วยแล้ว
หนังสือคู่มือเล่มนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้โดยไม่ต้องชีแจง
มกราคม
31, 1963

บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด
197/1 ถนนสีลม พระนคร

ขอบคุณ bankC95 สำหรับการอนุเคราะห์ข้อมูลในครั้งนี้ด้วยครับ

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การหาจุดเสียและวิเคราะห์อาการเสียในเครื่องยนต์:กำลังเครื่องตก

1.ตั้งรถจักรยานยนต์บนขาตั้งใหญ่ แล้วลองหมุนล้อหลังดูด้วยมือ เมื่อรถอยุ่ในเกียร์ว่าง
1.1 ห้ามล้อหลังติด เพราะตั้งไว้ผิด
1.2 ตลับลูกปืนของล้อหลังชำรุด
1.3 โซ่ขับล้อหลังตึงเกินไป ตั้งไว้ผิด
2.วัดความดันของลมยางรถ และสูบให้ได้ความดันที่ถูกต้อง
3.ตรวจดูว่าคลัทซ์ลื่นหรือเปล่า ถ้าคลัทซ์ลื่น
3.1 ตั้งคลัทซ์ไม่ได้ที่
3.2.ผ้าคลัทช์สึกหรอ
3.3 สปริงคลัทซ์อ่อน
4.วัดจำนวนรอบสูงสุดของเพลาข้อเหวี่ยงด้วยเครื่องวัดรอบ ถ้าหากไม่ได้จำนวนรอบสูงเต็มที่ แสดงว่าอาจเป็นเพราะ
4.1 น้ำมันท่วมคาร์บูเรเตอร์
4.2 กรองอากาศมีของติดสกปรก
4.3 น้ำมันมาไม่พอ
4.4 ท่อไอเสียมีของติดสกปรก
4.5 คอยล์สำหรับจุดระเบิดหรือทองขาวเสีย
4.6 วาล์วปิดไม่สนิท
4.7ตั้งไฟผิด
4.8 สปริงวาล์วอ่อนเกินไป
4.9 หัวเทียนเสีย ทดสอบหัวเทียนด้วยเครื่องสำหรับใช้ทดสอบ
5.วัดระดับน้ำมันในอ่างข้อเหวี่ยงแล้วตั้งระดับให้ได้ตามกำหนด ถ้ามีน้ำมันมากเกินไปอาจทำให้เกิดความยุ่งยากขึ้นได้
6.ตรจดูว่าเรื่องร้อนเกินไปหรือไม่ และถ้าพบว่าร้อนเกินไปแสดงว่าอาจเป็นเพราะ
6.1 มีเขม่าจับในห้องเผาไหม้หนาเกินไป
6.2 ใช้น้ำมันเบนซินเกรดเลวเกินไป
6.3 คลัทซ์ลื่น
6.4 ส่วนผสมอากาศ-น้ำมันบางเกินไป ขนาดของนมหนูใหญ่ของคาร์บูเรเตอร์ไม่ถูกต้อง
6.5 กระบอกสูบและหัวสูบสกปรก
7.ตรวจดูว่าเครื่องมีเสียง ก๊อก ๆ เมื่อเร่งเครื่องเร็ว ๆ หรือวิ่งด้วยความเร็วสูงจนเกินไปหรือไม่ ถ้าพบว่ามีเสียงดังกล่าว สาเหตุอาจเป็นเหมือนข้อ 6

การหาจุดเสียและวิเคราะห์อาการเสียในเครื่องยนต์:เครื่องไม่ติด หรือติดยาก

1.ถอดอ่างลูกลอยแล้วตรวจว่ามีน้ำมันมาหรือไม่ ถ้าน้ำมันไม่พอ
1.1 ท่อน้ำมันตัน
1.2 รูระบายอากาศที่ฝาปิดถังน้ำมันตัน
1.3 ที่เปิดน้ำมันตัน
1.4 ท่อในคาร์บูเรเตอร์ตัน หรือเข็มลิ้นติด
2.ถอดหัวเทียนออก แล้วต่อหัวเทียนเข้ากับหัวครอบที่สายไฟ เปิดสวิทซ์ติดเคร่องด้วยมอร์เตอร์สำหรับสตามร์ท พร้อมกับแตะขัว(-) ของหัวเทียนลงดิน ถ้าประการไฟไม่แรงหรือไม่มีประกายไฟ
2.1 หัวเทียน (เพื่อให้แน่ ตรวจหัวเทียนด้วยเครื่องสำหรับทดสอบหัวเทียน)
2.2 หัวเทียนมีเขม่าจับหรือเปียก
2.3 ปุ่มทองขาวสกปรกหรือเป็นรูขรุขระมาก
2.4 คอนเดนเซอร์เสีย
2.5 ตั้งปุ่มทองขาวผิด
2.6 มีการลัดวงจร หรือเกิดสายขาดขึ้นในตัวคอยล์จุดระเบิดหรือสายไฟต่าง ๆ
2.7 สวิทซ์รวมเสีย
3.วัดกำลังอัดในเสื้อสูบด้วยเครื่องวัดกำลังอัด (Compression rauge) และถ้าต่ำ(หรือไม่มีกำลัง) ในกระบอกสูงข้างใดข้างหนึ่งเลย
3.1 ช่องระหว่างแกนวาล์วและก้านยกตั้วไว้ผิด
3.2 วาล์วไม่นั่งแท่นอย่างสนิท
3.3 วาล์วสึกหรอมาก
3.4 แหวนลูกสูบและเสื้อสูบหลวมมาก
3.5 ประเก็นหัวสูบรั่ว
3.6 แกนวาล์วติดอยู่ในตัวนำ
3.7 ตั้งเวลาการปิดเปิดวาล์วผิด
4.ถ้าเครื่องทำท่าว่าจะติดแต่ไม่ยอดเดิน
4.1 เปิดโช๊ค (ในเวลาอากาศเย็น) กว้างเกินไป
4.2 สกรูตั้งอากาศที่คาร์บูเรเตอร์เปิดกว้างเกินไป
4.3 แผ่นกันความร้อนคาร์บูเรเตอร์หรือประเก็นชำรุด

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

การหล่อลื่น

1.น้ำมันเครื่อง
ในฐานะที่น้ำมันเครื่องเป็นส่วนที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงานของเครื่องยนต์ และความทนทานของเครื่องยนต์ด้วย จึงควรระมัดระวังในการตรวจและเปลี่ยนน้ำมันให้สม่ำเสมอ ถ้ายิ่งใช้เครื่องหนักมากก้ยิ่งควรเปลี่ยนน้ำมันให้บ่อยขึ้น
1.1 ตั้งจักรยานยนต์บนขาตั้ง ถอดปลั๊กเกลี่ยวสำหรับถ่ายน้ำมัน ซึ่งอยู่ใต้อ่างข้อเหวี่ยงออก และถ่ายน้ำมันออกจากเครื่องให้หมด การถ่ายน้ำมันเครื่องออกให้ทำเมื่อเครื่องร้อย อยู่ที่อุณภูมิทำงานตามปกติ ขันปลั๊กนั้นคืน หลังจากที่ถ่านน้ำมันออกหมดแล้ว
1.2 เปิดฝาน้ำมัน แล้วเทน้ำมันใหม่ลงไปจนได้ระดับถึงตามเครื่องหมายที่อยู่บนไม้วัด ตามปกติแล้ว การเปลี่ยนน้ำมันต้องใช้น้ำมันใหม่ประมาณ 0.8 ลิตร แต่ถ้าถ่ายน้ำมันออกจากช่องต่าง ๆ และในหม้อกรองออกได้หมด จะต้องใช้น้ำมัน 1.2 ลิตร เวลาวัดระดับน้ำมันอย่าขันสกรูของไม้วัดระดับเข้าไป ให้สอดเข้าไปเฉย ๆ ติดเครื่องแล้วจจึดวัดระดับน้ำมันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ปล่อยให้เครื่องเดินอยู่สักครู่


1.3 ขอแนะนำให้ใช้น้ำมันอย่างข้น Heavy duty oil ของยี่ห้อต่อไปนี้
Sheel, Retinax, Pennsylvania, Pennzoil, Penndrake, Castrol, Mobil oil
และมี ฮอนด้า อุลตร้า ออยล์ ซึ่งทำขึ้นสำหรับรถฮอนด้าโดยเฉพาะ
1.4 ระดับความข้นของน้ำมัน
ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า
15 องศาเซลเซียส ให้ใช้น้ำมันเบอร์ 30
ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า
15 องศาเซลเซียส ให้ใช้น้ำมันเบอร์ 20
2.การอัดจารบี
2.1 หัวอัดจารบี
ให้ใช้ที่อัดจาระบี อัดจาระบีเข้าทางหัวอัดทุกหัว เป็นครั้งคราวอย่างสม่ำเสมอ ตามตามรางการระวังรักษาเป็นประจำ จาระบีที่ใช้ควรเป็นแบบใย
(Fiber jrease) หัวอัดจาระบีนั้นมีอย่างตามที่ต่าง  ๆ ต่อไปนี้
ก้านห้ามล้อหน้า
แผงดุมล้อหน้า
ปลอกแกนหมุนของก้านห้ามล้อหน้า (ซ้ายและขวา)
ที่ตั้งคลัทช์
ก้านห้ามล้อหลัง
เกียร์ขับสายหน้าปัทม์บอกความเร็ว
(มีหัวอัดเฉพาะเครื่องซีบี92 เท่านั้น)
ก้านห้ามล้อหน้าตัวบน
แกนที่เหยียบเปลี่ยนเกียร์
แกนที่เหยียบห้ามล้อ
สายห้ามล้อ
สายคลัทช์
2.2 ลูกลื่น แกนล้อหน้าและล้อหลัง
ให้เปลี่ยนจาระบีในตลับลูกปืนของแกนล้อหน้าและล้อหลังทุก ๆ
5,000 ไมล์ หรือ7,000 กิโลเมตร โดยใส่จาระบีระหว่างลูกปืน แล้วทาจาระบีบาง ๆ ภายในของแกนดุมล้อ
2.3 โซ่ขับล้อหลัง
ควรทำความสะอาดโซ่ให้หมดจด และจุ่มในจาระบีตามที่อธิบายไว้ข้างต้น

การดูแลรักษาหัวเทียน

สภาพของหัวเทียนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของเครื่องยนต์เป็นอย่างมาก และควรตรวจหัวเทียนอย่างสม่ำเสมอ ทำความสะอาดเขี้ยวและตั้งช่องระหว่างเขี้ยวให้ได้ 0.6-0.7 มม. ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น
การดูแลรักษาหัวเทียน

การดูแลรักษาแบตเตอรี่

การดูแลรักษาแบตเตอรี่นั้นมีอธิบายไว้หน้า 101 แล้ว ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะสิ่งที่จะต้องทำเป็นประจำเท่านั้น
1.ระดับน้ำกรดไม่ควรปล่อยให้ลดต่ำลงกว่าเส้นระดับล่างซึ่งขีดไว้ข้างแบตเตอรี่
2.เมื่อระดับน้ำกรดต่ำลง เติมน้ำกลั่นให้ถึงเส้นระดับบบ อย่าใช้กรดกำมะถันเติมแทน
3.อย่าเติมให้เกินเส้นระดับบน
4.ควรระมันระวังดู อย่าให้ช่องระบายอากาศนั้นมีอะไรอุด

การตั้งที่เปลี่ยนเกียร์

ที่เปลี่ยนเกียร์ของเครื่องธรรมดานั้นตั้งไม่ได้ แต่มุมของที่เหยียบเปลี่ยนเกียร์ของเครื่องซีบี 92 นั้นอาจตั้งให้เข้ากับเท้าของผู้ขับขี่ได้ คลายน๊อตสำหรับล๊อคออก ด้วยกุญแจขนาด 10 มม. แล้วหมุนก้านที่เหยียบด้วยมือหรือใช้คีม 2 ตัวช่วยกันจับ ขันน็อตล็อคให้แน่นหลังจากที่ตั้งเสร็จแล้ว



การตั้งสายคันเร่งและที่บิดคันเร่ง

1.การตั้งช่วงว่างของที่บิดคันเร่ง คลายน๊อตออก แล้วขันที่ตั้งไปทางทิศทางที่ต้องการ ช่วงว่างควรมีระยะประมาณ 5 มม.



2.ความฝืดของที่บิดคันแร่งตั้งได้ด้วยสกรูสำหรับตั้ง หลังจากที่คลายน้อตออกเสียก่อน เมื่อตั้งเรียบร้อยแล้วขันน๊อตให้แน่น